โรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง และโครงสร้างของกระดูกเสื่อมลงทำให้กระดูกเปราะบาง สามารถแตกหักหรือเกิดการยุบตัวได้ง่าย บริเวณที่พบการหักของกระดูกได้บ่อย คือ ข้อมือ สะโพก และกระดูกสันหลัง เมื่อกระดูกหักจะทำให้รู้สึกปวดมากจนไม่สามารถใช้งานอวัยวะนั้นต่อได้ จำเป็นต้องพักรักษาตัวเป็นระยะเวลานานซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาได้ เช่น ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ปอดอักเสบ แผลกดทับ ภาวะหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น อาการแทรกซ้อนต่างๆ เหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้สุขภาพแย่ลงอย่างรวดเร็วจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ พบได้บ่อยในหญิงวัยหมดประจำเดือนหรือผู้สูงอายุ
พึ่งพรเภสัช ร้านขายยา บริการให้คำปรึกษาด้านยา ให้ความรู้ด้านยาและสุขภาพ health, medicine, treatment Guideline, drug, drug information service
Translate
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
เหน็บชา (Numbness)
เหน็บชา (Numbness)
อาการชาเป็นอาการผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึก สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย เกิดขึ้นในบางครั้ง เป็นๆ หายๆ หรือเป็นอยู่ตลอดเวลา พบบ่อยที่บริเวณ มือ เท้า แขน และขา อาการคือรับความรู้สึกเย็น ร้อน เจ็บ ปวด ได้น้อยกว่าปกติจนถึงไม่รู้สึกอะไรเลย เช่น บางคนมีอาการชาแบบร้อนซู่ๆ บริเวณนิ้วก้อยขึ้นมาถึงท้องแขนด้านในเป็นแถบตอนตื่นนอนใหม่ๆ สักพักอาการชานั้นจะหายไปเอง บางคนมีอาการรู้สึกเหมือนมีอะไรยุบยิบบริเวณปลายมือปลายเท้าแล้วหายไป ต่อมาเปลี่ยนเป็นรู้สึกชาหนาๆ ตลอดเวลาแทน ในขณะที่ผู้สูงอายุบางคนที่มีอาการเสื่อมของกระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอวจะมีอาการปวดหลัง ชาขา ร่วมด้วยขาอ่อนแรงได้ ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้ล้วนเกิดจากความผิดปกติในการทำงานของระบบประสาททั้งสิ้น
อาการชาเป็นอาการผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึก สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย เกิดขึ้นในบางครั้ง เป็นๆ หายๆ หรือเป็นอยู่ตลอดเวลา พบบ่อยที่บริเวณ มือ เท้า แขน และขา อาการคือรับความรู้สึกเย็น ร้อน เจ็บ ปวด ได้น้อยกว่าปกติจนถึงไม่รู้สึกอะไรเลย เช่น บางคนมีอาการชาแบบร้อนซู่ๆ บริเวณนิ้วก้อยขึ้นมาถึงท้องแขนด้านในเป็นแถบตอนตื่นนอนใหม่ๆ สักพักอาการชานั้นจะหายไปเอง บางคนมีอาการรู้สึกเหมือนมีอะไรยุบยิบบริเวณปลายมือปลายเท้าแล้วหายไป ต่อมาเปลี่ยนเป็นรู้สึกชาหนาๆ ตลอดเวลาแทน ในขณะที่ผู้สูงอายุบางคนที่มีอาการเสื่อมของกระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอวจะมีอาการปวดหลัง ชาขา ร่วมด้วยขาอ่อนแรงได้ ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้ล้วนเกิดจากความผิดปกติในการทำงานของระบบประสาททั้งสิ้น
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
ปวดหลัง (Back pain)
ปวดหลัง (Back pain) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น ปัจจุบันพบมากขึ้นในช่วงวัยทำงาน ซึ่งหากปวดมากอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้
วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
ช่องคลอดอักเสบ (Vaginitis)
ช่องคลอดอักเสบ (Vaginitis / Vulvovaginitis) รวมถึงอาการระคายเคืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ปากช่องคลอดซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย
วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558
ภูมิแพ้ (Allergy / hypersensitivity)
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ แต่ปัจจัยเหล่านี้อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ได้แก่
- ปัจจัยทางด้านพันธุกรรม ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มักมีประวัติบิดาหรือมารดาป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ โดยที่ผู้ป่วยอาจจะเป็นโรคภูมิแพ้คนละชนิดกับบิดามารดาก็ได้ เมื่อบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเป็นโรคภูมิแพ้มีโอกาศให้กำเนิดบุตรที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้ร้อยละ 20-40 แต่ถ้าบิดาและมารดาเป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่ีโอกาศที่บุตรจะเป็นโรคภูมิแพ้ได้สูงถึงร้อยละ 50-80 เลยทีเดียว
- ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม มลพิษในอากาศที่มาจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ควันบุหรี่ ฝุนละอองจากการทำกสิกรรมรวมถึงโรงสีข้าว
วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558
เลือดกำเดาไหล (epistaxis / nose bleed)
เลือดกำเดาไหล (epistaxis/nose bleed) คือการที่มีเลือดไหลออกมาจากจมูก ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดฝอยภายในจมูกแตก เลือดอาจไหลออกจากจมูกข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ แต่ส่วนใหญ่มักไหลออกมาเพียงข้างเดียวมากว่า โดยมากมักหายได้เองและไม่มีอันตราย พบได้ในทุกเพศทุกวัย หากเลือดออกทางส่วนหน้าของจมูกมักพบในเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุน้อย ในขณะที่เลือดออกทางส่วนหลังของจมูกมักพบในผู้สูงอายุ ซึ่งมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากโรคความดันโลหิตสูง
วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558
สิว (Acne)
สิว (Acne) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว อาจพบได้ในทารกแรกเกิด (acne neonatorum) หรือคนชรา (senile comedones) จากสถิติของสถาบันโรคผิวหนัง สิวเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์สูงเป็นอันดับที่ 2 ของผู้ป่วยทั้งหมด สิวจะปรากฏอาการในผู้หญิงช่วงอายุ 14-17 ปี และในผู้ชายช่วงอายุ 16-19 ปี ความรุนแรงของสิวจะมากขึ้น 3-5 ปี หลังจากเริ่มเป็นสิว และมักหายไปในช่วงอายุ 20-25 ปี ร้อยละ 85 ของผู้ที่เป็นสิวจะเป็นชนิดไม่รุนแรง มีเพียงร้อยละ 15 ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






